Engine by iGetWeb.com

เคลียร์หนี้ กับ เครดิตบูโร

เคลียร์หนี้ กับ เครดิตบูโร

มีใครทราบบ้างว่า หลังจากที่ท่านเคลียร์ยอดหนี้ทั้งหมด ย้ำนะครับว่าทั้งหมด หลังจากนั้นอีก 3ปี  ประวัติของท่านจึงจะถูกลบออกจาก บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ( NCB ) หรือที่เราท่านรู้จักในชื่ออันโด่งดังว่า “ เครดิตบูโร “  หมายความว่า ท่านจะไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อีก เป็นเวลา อย่างน้อย 3 ปี มีคำถามต่อไปว่า แล้วใครที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้  ประชาชน (เรา) สถาบันการเงินธนาคาร หรือ เครดิดบูโร กันแน่ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น การที่ประชาชนคนเป็นหนี้ทั้งหลาย เคลียร์ปัญหาหนี้สิน เพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ หวังที่จะให้ชีวิตเดินไปข้างหน้าได้ จากการที่ต้องพึ่งพาสถาบันการเงินธนาคารต่าง ๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะการขอสินเชื่อธนาคาร ปัจจุบันสิ่งที่ท่านจะต้องกรอกในวันสมัครสินเชื่อธนาคารทุกประเภทคือ ใบยินยอมให้ตรวจเครดิตบูโร ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งมีฐานะจัดว่ามั่นคง มีเงินฝากธนาคารประมาณ  10 ล้าน มีทรัพย์สินประมาณ 10 ล้านบาท ประกอบธุรกิจส่วนตัว มีเงินหมุนเวียนในบัญชีไม่เท่ากันทุกเดือนประมาณ 3 – 17 ล้านบาท ชำระหนี้ที่ค้างจ่ายหมดแล้ว กว่า 2 ปี ยื่นขอสินเชื่อประเภท บัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน ผลการพิจารณาไม่ผ่านเกณฑ์อนุมัติ โดยธนาคารให้เหตุผลคือไม่เข้าหลักเกณฑ์ธนาคาร ( สาเหตุที่ธนาคารจะต้องตอบแบบนี้ก็เนื่องจากว่า กรณีถ้าธนาคารปฏิเสธว่าติดเครดิตบูโร เราท่านก็สามารถนำเรื่องหรือเอกสารไปติดต่อเครดิตบูโรเพื่อโต้แย้งการให้สินเชื่อธนาคารได้ เรียกว่ากลัวเปลืองทรัพยากรในการตอบปัญหาหรือแก้ปัญหาของธนาคารเลยทีเดียว )  ในเมื่อประโยชน์ในการเก็บข้อมูลของประชาชนไม่ได้เกิดขึ้นกับประชาชน ก็คงเหลืออีกสองข้อให้เราท่านได้ตัดสินใจเลือกกัน โดยส่วนตัวผมคิดว่า การจะบันทึกหรือจัดเก็บประวัติเครดิตของลูกค้า หลังจากลูกค้าชำระหนี้เสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว และธนาคารเจ้าของหนี้สินได้ส่งแบบรายงานการปิดบัญชีไปยังบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ แล้ว ถ้าเครดิตบูโรจะเก็บข้อมูลต่อไปหลังจากได้รับรายงาน 3 – 12 เดือน ก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลพอจะฟังได้ แต่ปัจจุบัน  ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 ก็ยังคงระบุให้เครดิตบูโรจัดเก็บประวัติการชำระหนี้ของประชาชนไว้อีกเป็นเวลา 3 ปี นับจากวันที่ได้รับรายงานจากสถาบันการเงิน แปลว่า หลังจากเราชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้วเราต้องรออีก 3 ปีถึงจะมีเครดิต ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเงินทุนจากธนาคารก็ต้องรอ 3 ปี เพราะธนาคารก็ต้องนำประวัติเครดิตบูโรของเรา มาปฏิเสธการขอสินเชื่อของเราอยู่ร่ำไป น่าเศร้าใจจริง 

ต้นสกุล มณีจินดากุล

view